เทศกาลกินเจส่งผลดีต่อสุขภาพช่องปากหลายด้าน
เทศกาลกินเจส่งผลดีต่อสุขภาพช่องปากหลายด้าน โดยเฉพาะการเน้นทานพืชผักและงดอาหารที่มีกลิ่นฉุน แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังบางประการที่ต้องใส่ใจ
ข้อดีของการกินเจต่อสุขภาพปากและฟัน
๐ ลดปัญหากลิ่นปาก กฎของการกินเจที่ให้งดผักกลิ่นฉุนทั้ง 5 ชนิด (กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ) ช่วยลดสาเหตุหลักของกลิ่นปากที่เกิดจากอาหารได้อย่างชัดเจน
๐ กระตุ้นการหลั่งน้ำลาย อาหารเจที่เน้นผักและกากใยสูงจะทำให้เราต้องเคี้ยวอาหารนานขึ้น การเคี้ยวจะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยชะล้างเศษอาหารและปรับสมดุลกรดในช่องปาก
๐ ลดการสะสมของแบคทีเรียจากเนื้อสัตว์ เศษเนื้อสัตว์มักจะมีความเหนียวและติดซอกฟันได้ลึกกว่ากากใยพืช การงดเนื้อสัตว์จึงช่วยลดแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
เมนูอาหารเจที่แนะนำเพื่อบำรุงสุขภาพฟัน
๐ เต้าหู้และน้ำเต้าหู้ (สูตรไม่เติมน้ำตาล) อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการเสริมสร้างและซ่อมแซมสารเคลือบฟัน
๐ ผักใบเขียว (เช่น บรอกโคลี คะน้า ผักโขม) นอกจากจะมีแคลเซียมและกรดโฟลิกที่ช่วยบำรุงเหงือกแล้ว กากใยในผักใบเขียวยังทำหน้าที่เหมือนแปรงสีฟันตามธรรมชาติที่ช่วยขัดถูผิวฟันขณะเคี้ยว
๐ งาดำและอัลมอนด์ เป็นธัญพืชที่ให้แคลเซียมสูงมาก เหมาะสำหรับทดแทนแคลเซียมจากนมวัว ช่วยให้ฟันแข็งแรง
๐ เห็ดหอม มีสารเลนทิโอนีน (Lenthionine) ซึ่งมีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์ (Plaque) ในช่องปาก
๐ แครอทและฝรั่ง ผลไม้ที่มีเนื้อแข็งและกรอบ จะช่วยนวดเหงือกและกระตุ้นน้ำลายได้ดีเยี่ยม
แม้กากใยจะดีต่อฟัน แต่อาหารเจหลายชนิดมักทำจาก "หมี่กึง" หรือโปรตีนเกษตร ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตและแป้งขัดขาว รวมถึงเมนูของทอดต่างๆ แป้งเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปเป็นน้ำตาลและเกาะติดผิวฟันได้เหนียวแน่นกว่าปกติ จึงควรเน้นการใช้ไหมขัดฟันและแปรงฟันให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอหลังมื้ออาหารเพื่อป้องกันคราบหินปูนสะสม